โครงถักหลังคาสำเร็จรูป คืออะไร? ข้อดี ประเภท และวิธีเลือกให้เหมาะกับงาน

โครงสร้างหลังคาเป็นส่วนสำคัญของบ้าน อาคาร โรงงาน โกดัง และสิ่งปลูกสร้างประเภทต่าง ๆ เพราะทำหน้าที่รองรับน้ำหนักของวัสดุมุงหลังคา รวมถึงแรงที่เกิดจากลม ฝน และการใช้งานในระยะยาว
หนึ่งในระบบโครงสร้างที่ได้รับความนิยมมากขึ้นคือ “โครงถักหลังคาสำเร็จรูป” ซึ่งผลิตและประกอบชิ้นส่วนตามแบบก่อนนำไปติดตั้งที่หน้างาน ช่วยลดขั้นตอนการทำงานในพื้นที่ก่อสร้าง ทำให้ควบคุมขนาด รูปทรง และระยะเวลาติดตั้งได้ง่ายขึ้น
อย่างไรก็ตาม โครงถักหลังคาแต่ละชุดไม่ควรเลือกจากความยาวหรือราคาเพียงอย่างเดียว เพราะต้องพิจารณาระยะพาด รูปทรงหลังคา น้ำหนักวัสดุมุง จุดรองรับ สภาพพื้นที่ และแบบคำนวณโครงสร้างร่วมกัน
บทความนี้จะอธิบายว่าโครงถักหลังคาสำเร็จรูปคืออะไร มีข้อดีอย่างไร แตกต่างจากโครงหลังคาที่ประกอบในหน้างานอย่างไร และควรเตรียมข้อมูลอะไรบ้างก่อนสั่งผลิต
หัวข้อ
โครงถักหลังคาสำเร็จรูปคืออะไร?
โครงถักหลังคาสำเร็จรูป หรือ Prefabricated Roof Truss คือโครงสร้างสำหรับรองรับหลังคาที่ได้รับการออกแบบและประกอบเป็นชุดก่อนนำไปติดตั้งที่สถานที่ก่อสร้าง
ลักษณะสำคัญของโครงถักคือการจัดวางชิ้นส่วนให้เชื่อมต่อกันเป็นรูปสามเหลี่ยมหลายชุด รูปทรงสามเหลี่ยมช่วยถ่ายและกระจายแรงไปยังจุดรองรับของอาคารได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่จำเป็นต้องใช้วัสดุทึบตลอดทั้งชิ้นเหมือนคานขนาดใหญ่
โครงถักสำเร็จรูปสามารถผลิตตามขนาดและรูปทรงที่กำหนดในแบบ เมื่อผลิตเสร็จแล้วจึงขนส่งไปประกอบหรือติดตั้งบนอาคาร ช่วยลดงานตัด เชื่อม และประกอบชิ้นส่วนที่หน้างาน
ส่วนประกอบสำคัญของโครงถักหลังคา
แม้รูปแบบของโครงถักจะแตกต่างกันตามการออกแบบ แต่โดยทั่วไปจะประกอบด้วยส่วนสำคัญดังต่อไปนี้
จันทันบนหรือชิ้นส่วนด้านบน
เป็นส่วนที่วางตามความลาดเอียงของหลังคา ทำหน้าที่รับน้ำหนักจากวัสดุมุงหลังคา แป และส่วนประกอบอื่น ๆ ก่อนถ่ายแรงลงสู่ชิ้นส่วนภายในของโครงถัก
คานล่างหรือชิ้นส่วนด้านล่าง
เป็นแนวล่างของโครงถัก ทำหน้าที่เชื่อมจุดรองรับทั้งสองด้านและช่วยควบคุมรูปทรงโดยรวมของโครงสร้าง
ชิ้นส่วนแนวตั้งและแนวทแยง
ชิ้นส่วนภายในถูกจัดวางเป็นรูปสามเหลี่ยม เพื่อช่วยกระจายแรงดึงและแรงอัดไปยังตำแหน่งต่าง ๆ ของโครงถัก
จุดเชื่อมต่อ
จุดเชื่อมต่อเป็นตำแหน่งที่ชิ้นส่วนหลายส่วนมาบรรจบกัน อาจใช้การเชื่อม เพลต นอต หรือระบบยึดอื่นตามวัสดุและแบบโครงสร้าง
คุณภาพของจุดเชื่อมต่อมีผลโดยตรงต่อความแข็งแรงของโครงถัก จึงต้องผลิตและติดตั้งตามรายละเอียดที่กำหนดในแบบ
โครงถักหลังคาสำเร็จรูปเหมาะกับงานประเภทใด?
โครงถักสำเร็จรูปสามารถประยุกต์ใช้ได้กับสิ่งปลูกสร้างหลายประเภท เช่น
- บ้านพักอาศัย
- อาคารชั้นเดียว
- โรงจอดรถ
- พื้นที่ต่อเติมข้างบ้าน
- โกดังเก็บสินค้า
- อาคารเกษตร
- โรงงานและอาคารอุตสาหกรรม
- ศาลาและอาคารอเนกประสงค์
- ร้านค้าและพื้นที่เชิงพาณิชย์
ความเหมาะสมไม่ได้ขึ้นอยู่กับประเภทอาคารเพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องพิจารณาขนาดพื้นที่ ระยะระหว่างจุดรองรับ รูปทรงหลังคา และน้ำหนักที่โครงสร้างต้องรองรับด้วย
ข้อดีของโครงถักหลังคาสำเร็จรูป
ช่วยลดระยะเวลาทำงานที่หน้างาน
ชิ้นส่วนได้รับการผลิตหรือประกอบล่วงหน้าแล้ว จึงช่วยลดขั้นตอนการวัด ตัด และประกอบในพื้นที่ก่อสร้าง ทำให้สามารถวางแผนวันติดตั้งได้ง่ายขึ้น
ควบคุมขนาดได้เป็นระบบ
การผลิตตามแบบช่วยให้กำหนดความยาว ความสูง ความลาดเอียง และตำแหน่งชิ้นส่วนได้ชัดเจน ลดความคลาดเคลื่อนจากการตัดและประกอบหน้างาน
ลดพื้นที่ทำงานก่อสร้าง
หน้างานบางแห่งมีพื้นที่จำกัด ไม่สะดวกจัดเก็บวัสดุหรือวางเครื่องมือจำนวนมาก การใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตล่วงหน้าช่วยลดพื้นที่สำหรับงานประกอบได้
เหมาะกับงานที่มีรูปแบบซ้ำกัน
โครงการที่มีอาคารหรือโครงหลังคาหลายชุดในรูปแบบเดียวกันสามารถผลิตโครงถักตามแบบมาตรฐานเดียวกันได้ ช่วยให้การควบคุมงานเป็นระบบมากขึ้น
วางแผนต้นทุนและระยะเวลาได้ง่ายขึ้น
เมื่อมีแบบ ขนาด จำนวน และรายละเอียดการติดตั้งชัดเจน ผู้ผลิตสามารถประเมินวัสดุ ระยะเวลาผลิต การขนส่ง และการติดตั้งได้ใกล้เคียงกับหน้างานจริงมากขึ้น
ลดเศษวัสดุในพื้นที่ก่อสร้าง
การตัดและเตรียมวัสดุในพื้นที่ผลิตช่วยลดเศษวัสดุ งานเชื่อม และการจัดการวัสดุส่วนเกินในหน้างาน
ข้อจำกัดที่ควรทราบก่อนเลือกใช้
แม้โครงถักสำเร็จรูปจะมีข้อดีหลายด้าน แต่ยังมีข้อจำกัดที่ควรพิจารณา
ต้องมีแบบและขนาดที่ชัดเจนก่อนผลิต
หากขนาดอาคารหรือจุดรองรับยังไม่แน่นอน การผลิตล่วงหน้าอาจทำให้ชิ้นงานไม่พอดีกับพื้นที่จริง จึงควรตรวจวัดหน้างานและยืนยันแบบก่อนเริ่มผลิต
ต้องวางแผนการขนส่ง
โครงถักบางชุดมีความยาวหรือความสูงมาก ต้องพิจารณารถขนส่ง เส้นทางเข้าโครงการ พื้นที่กลับรถ และตำแหน่งสำหรับยกชิ้นงาน
การแก้ไขหลังผลิตอาจทำได้ยาก
หากแบบก่อสร้างเปลี่ยนหลังจากผลิตเสร็จแล้ว การตัดหรือดัดแปลงชิ้นส่วนโดยไม่ได้รับการตรวจสอบอาจกระทบความแข็งแรงของโครงสร้าง
ต้องมีจุดรองรับที่เหมาะสม
เสา คาน ผนัง หรือฐานรองรับต้องสามารถรับแรงจากโครงถักได้ การติดตั้งโครงถักบนโครงสร้างเดิมจึงควรตรวจสอบความแข็งแรงของจุดรองรับก่อน
วัสดุที่นิยมใช้ผลิตโครงถักหลังคา
โครงถักเหล็ก
เหล็กเป็นวัสดุที่นิยมใช้ในโครงถักหลังคา เนื่องจากมีความแข็งแรง สามารถผลิตเป็นรูปทรงต่าง ๆ และเหมาะกับงานที่มีระยะพาดหลายขนาด
เหล็กที่ใช้ต้องเลือกหน้าตัดและความหนาให้เหมาะสมกับแบบ พร้อมมีระบบป้องกันสนิมที่สอดคล้องกับสภาพแวดล้อม
โครงถักไม้
โครงถักไม้เหมาะกับงานที่ต้องการภาพลักษณ์ธรรมชาติหรืออาคารบางประเภท แต่ต้องเลือกชนิดไม้ คุณภาพ ความชื้น และวิธีป้องกันปลวกหรือเชื้อราอย่างเหมาะสม
โครงถักเหล็กเคลือบหรือเหล็กขึ้นรูป
วัสดุประเภทเหล็กขึ้นรูปน้ำหนักเบาหรือเหล็กที่มีระบบเคลือบป้องกันการกัดกร่อนสามารถนำมาใช้กับโครงหลังคาบางรูปแบบได้ แต่ต้องออกแบบระบบยึดและระยะชิ้นส่วนให้เหมาะกับคุณสมบัติของวัสดุ
โครงถักสำเร็จรูปแตกต่างจากโครงหลังคาประกอบหน้างานอย่างไร?
| หัวข้อเปรียบเทียบ | โครงถักสำเร็จรูป | โครงหลังคาประกอบหน้างาน |
|---|---|---|
| สถานที่ผลิต | ผลิตหรือประกอบล่วงหน้า | ตัดและประกอบในพื้นที่ก่อสร้าง |
| ระยะเวลาหน้างาน | ติดตั้งได้รวดเร็วกว่าเมื่อพื้นที่พร้อม | ใช้เวลาตัด เชื่อม และประกอบมากกว่า |
| การควบคุมขนาด | ผลิตตามแบบและขนาดที่กำหนด | ขึ้นอยู่กับการวัดและการทำงานหน้างาน |
| พื้นที่ทำงาน | ใช้พื้นที่ประกอบน้อยกว่า | ต้องมีพื้นที่วางวัสดุและเครื่องมือ |
| การแก้ไข | แก้ไขภายหลังได้จำกัด | ปรับตามพื้นที่จริงได้สะดวกกว่า |
| การขนส่ง | ต้องวางแผนขนส่งชิ้นงาน | ขนส่งเป็นวัสดุแยกชิ้นได้ |
| ความเหมาะสม | งานที่มีแบบและขนาดชัดเจน | งานที่ต้องปรับรายละเอียดในพื้นที่มาก |
ไม่มีระบบใดเหมาะกับทุกโครงการ การเลือกระหว่างโครงถักสำเร็จรูปกับการประกอบหน้างานควรพิจารณาทั้งแบบก่อสร้าง พื้นที่ ระยะเวลา งบประมาณ และความสะดวกในการขนส่ง
วิธีเลือกโครงถักหลังคาสำเร็จรูปให้เหมาะกับอาคาร
ตรวจสอบระยะพาด
ระยะพาดคือระยะระหว่างจุดรองรับของโครงถัก เช่น ระหว่างเสากับเสา หรือผนังรับน้ำหนักกับผนังรับน้ำหนัก
ระยะพาดมีผลต่อความสูงของโครงถัก ขนาดชิ้นส่วน และรูปแบบการจัดวางสมาชิกภายใน จึงควรวัดจากโครงสร้างจริง ไม่ควรประมาณจากขนาดพื้นที่โดยรวมเพียงอย่างเดียว
ระบุรูปทรงและความลาดเอียงของหลังคา
หลังคาทรงจั่ว เพิงหมาแหงน ปั้นหยา หรือรูปแบบอื่นมีลักษณะการถ่ายแรงและรายละเอียดการติดตั้งแตกต่างกัน
ควรระบุองศาหรือระดับความลาดเอียง ตำแหน่งสันหลังคา ชายคา และส่วนต่อเชื่อมให้ชัดเจนก่อนสั่งผลิต
เลือกวัสดุมุงหลังคา
กระเบื้องหลังคา แผ่นโลหะ แผ่นไฟเบอร์ซีเมนต์ และวัสดุมุงประเภทอื่นมีน้ำหนักไม่เท่ากัน น้ำหนักของวัสดุมุง รวมถึงแป ฉนวน ฝ้า และอุปกรณ์บนหลังคา ต้องนำมาพิจารณาในการออกแบบ
พิจารณาแรงลมและสภาพแวดล้อม
พื้นที่โล่ง พื้นที่ใกล้ทะเล หรืออาคารที่มีความสูงอาจได้รับแรงลมแตกต่างจากบ้านที่อยู่ในชุมชนหนาแน่น
นอกจากนี้ พื้นที่ใกล้ทะเลหรือพื้นที่ที่มีความชื้นสูงยังต้องให้ความสำคัญกับระบบป้องกันการกัดกร่อนของเหล็ก
ตรวจสอบจุดรองรับเดิม
สำหรับงานต่อเติมหรือเปลี่ยนหลังคา ควรตรวจสอบเสา คาน ผนัง และฐานรากเดิมว่าสามารถรองรับน้ำหนักและแรงที่เพิ่มขึ้นได้หรือไม่
ไม่ควรวางโครงถักใหม่บนผนังหรือโครงสร้างเดิมโดยไม่มีการตรวจสอบ เพราะความเสียหายอาจเกิดขึ้นที่จุดรองรับ แม้ตัวโครงถักจะแข็งแรงเพียงพอก็ตาม
ใช้แบบที่ตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญ
งานโครงสร้างควรออกแบบและตรวจสอบโดยวิศวกรหรือผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอาคารขนาดใหญ่ งานระยะพาดมาก งานต่อเติมบนโครงสร้างเดิม หรือโครงการที่มีเงื่อนไขด้านแรงลมและน้ำหนักพิเศษ
ก่อนสั่งผลิตโครงถักต้องเตรียมข้อมูลอะไรบ้าง?
เพื่อให้ผู้ผลิตประเมินและออกแบบได้ตรงกับหน้างาน ควรเตรียมข้อมูลต่อไปนี้
- ประเภทอาคารและลักษณะการใช้งาน
- ความกว้างและความยาวของพื้นที่
- ระยะพาดระหว่างจุดรองรับ
- รูปทรงหลังคาที่ต้องการ
- ความลาดเอียงหรือความสูงของหลังคา
- ชนิดและน้ำหนักวัสดุมุงหลังคา
- แบบสถาปัตยกรรมหรือแบบโครงสร้าง
- จำนวนโครงถักที่ต้องใช้
- สถานที่จัดส่งและสภาพทางเข้า
- ความต้องการด้านการติดตั้ง
- ภาพถ่ายหน้างานและจุดรองรับ
- กำหนดเวลาที่ต้องการใช้งาน
ข้อมูลที่ครบถ้วนช่วยลดการแก้ไขแบบ ประเมินราคาได้แม่นยำขึ้น และลดความเสี่ยงที่ชิ้นงานจะไม่ตรงกับพื้นที่จริง
ขั้นตอนการผลิตและติดตั้งโครงถักสำเร็จรูป
1. รับข้อมูลและตรวจสอบความต้องการ
เริ่มจากรวบรวมแบบ ขนาด ระยะพาด วัสดุมุงหลังคา จำนวน และสถานที่ติดตั้ง
2. ตรวจวัดหรือสำรวจหน้างาน
ในกรณีที่เป็นงานต่อเติมหรือติดตั้งบนอาคารเดิม ควรตรวจวัดตำแหน่งจริงและตรวจสอบจุดรองรับก่อนผลิต
3. ออกแบบและยืนยันรายละเอียด
จัดทำแบบโครงถัก ระบุตำแหน่งชิ้นส่วน จุดเชื่อม ขนาดวัสดุ และวิธีติดตั้ง ก่อนส่งให้ผู้เกี่ยวข้องตรวจสอบ
4. เตรียมและตัดวัสดุ
วัสดุจะถูกตัดตามขนาดที่กำหนดในแบบ เพื่อเตรียมเข้าสู่กระบวนการประกอบ
5. ประกอบและเชื่อมต่อชิ้นส่วน
ชิ้นส่วนถูกจัดวางตามรูปทรงและเชื่อมต่อให้เป็นโครงถัก โดยต้องควบคุมตำแหน่ง ระยะ และแนวของชิ้นงาน
6. ตรวจสอบคุณภาพ
ตรวจสอบขนาดโดยรวม แนวโครง จุดเชื่อม สภาพผิว และความครบถ้วนของชิ้นส่วนก่อนขนส่ง
7. ขนส่งไปยังหน้างาน
วางแผนรถขนส่ง เส้นทาง พื้นที่วางชิ้นงาน และอุปกรณ์ที่ใช้ยกหรือติดตั้ง
8. ติดตั้งและยึดเข้ากับโครงสร้าง
ยกโครงถักขึ้นวางบนจุดรองรับ จัดแนว ยึดชั่วคราว และติดตั้งระบบค้ำยันหรือส่วนเชื่อมต่อให้ครบตามแบบ
9. ตรวจรับงาน
ตรวจสอบแนว ระดับ จุดยึด ระบบค้ำยัน และความพร้อมก่อนติดตั้งแปและวัสดุมุงหลังคา
การตรวจสอบและบำรุงรักษาโครงถักหลังคา
โครงถักควรได้รับการตรวจสอบเป็นระยะ โดยเฉพาะหลังเกิดพายุ ลมแรง การรั่วซึม หรือการต่อเติมอุปกรณ์บนหลังคา
จุดที่ควรตรวจสอบประกอบด้วย
- คราบสนิมหรือการกัดกร่อน
- จุดเชื่อมที่แตกร้าวหรือผิดรูป
- นอตและอุปกรณ์ยึดที่หลวม
- โครงสร้างที่โก่ง แอ่น หรือเอียง
- รอยรั่วที่ทำให้โครงสร้างสัมผัสความชื้น
- ความเสียหายจากการติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มเติม
- ระบบค้ำยันที่ถูกถอดหรือดัดแปลง
- จุดรองรับที่แตกร้าวหรือทรุดตัว
ไม่ควรเจาะ ตัด เชื่อม หรือถอดชิ้นส่วนของโครงถักเอง เพราะชิ้นส่วนแต่ละตำแหน่งมีหน้าที่รับแรงร่วมกัน การเปลี่ยนแปลงเพียงจุดเดียวอาจกระทบต่อระบบโครงสร้างทั้งหมด
โครงถักหลังคาสำเร็จรูปราคาเท่าไร?
ราคาของโครงถักสำเร็จรูปขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย จึงไม่สามารถกำหนดจากความยาวเพียงอย่างเดียวได้ ปัจจัยหลักที่มีผลต่อราคา ได้แก่
- ระยะพาด
- ความสูงและรูปทรงของโครงถัก
- ชนิดและขนาดของวัสดุ
- จำนวนชิ้น
- ความซับซ้อนของแบบ
- ระบบป้องกันสนิม
- ระยะทางขนส่ง
- อุปกรณ์ยกและติดตั้ง
- สภาพพื้นที่หน้างาน
- การออกแบบและตรวจสอบโครงสร้าง
ก่อนขอราคา ควรส่งแบบ ขนาด และภาพหน้างานให้ผู้ผลิตตรวจสอบ เพื่อให้ใบเสนอราคาครอบคลุมทั้งวัสดุ การผลิต การขนส่ง และการติดตั้งอย่างชัดเจน
บริการผลิตและติดตั้งโครงถักหลังคาสำเร็จรูป
ปรีชาคอนกรีตไพล์ให้บริการผลิตและติดตั้งโครงถักหลังคาสำเร็จรูปสำหรับบ้าน อาคาร โรงจอดรถ โกดัง และงานต่อเติม โดยพิจารณารูปแบบโครงสร้าง ระยะพาด วัสดุมุงหลังคา และสภาพพื้นที่ของแต่ละโครงการ
ดูรายละเอียดได้ที่ บริการผลิตและติดตั้งโครงถักหลังคาสำเร็จรูป
สำหรับผู้ที่ต้องการดูข้อมูลผลิตภัณฑ์ สามารถดูรายละเอียด โครงถักหลังคาสำเร็จรูปขนาด 6 เมตร และสอบถามทีมงานเกี่ยวกับขนาด จำนวน การจัดส่ง และความเหมาะสมกับหน้างานก่อนสั่งซื้อ
สรุป
โครงถักหลังคาสำเร็จรูปเป็นระบบโครงสร้างที่ช่วยลดขั้นตอนการประกอบในพื้นที่ก่อสร้าง ควบคุมขนาดได้เป็นระบบ และติดตั้งได้รวดเร็วเมื่อแบบและหน้างานมีความพร้อม
หัวใจสำคัญของการเลือกใช้ไม่ได้อยู่ที่ราคาเพียงอย่างเดียว แต่ต้องพิจารณาระยะพาด รูปทรงหลังคา น้ำหนักวัสดุมุง จุดรองรับ การขนส่ง และการติดตั้งร่วมกัน
ก่อนสั่งผลิต ควรเตรียมแบบ ขนาด และข้อมูลหน้างานให้ครบถ้วน พร้อมให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบโครงสร้าง เพื่อให้โครงถักที่ผลิตมีขนาดเหมาะสม ติดตั้งได้จริง และรองรับการใช้งานในระยะยาว
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโครงถักหลังคาสำเร็จรูป
โครงถักหลังคาสำเร็จรูปใช้กับบ้านพักอาศัยได้หรือไม่?
ใช้ได้ โดยต้องออกแบบขนาดและรูปแบบให้เหมาะกับระยะพาด รูปทรงหลังคา วัสดุมุง และจุดรองรับของบ้านแต่ละหลัง
โครงถักสำเร็จรูปต่างจากโครงหลังคาเหล็กทั่วไปอย่างไร?
โครงถักสำเร็จรูปได้รับการออกแบบและประกอบเป็นชุดล่วงหน้าก่อนนำไปติดตั้ง ส่วนโครงหลังคาทั่วไปอาจตัดและประกอบชิ้นส่วนในพื้นที่ก่อสร้างเป็นหลัก
สามารถสั่งผลิตตามขนาดได้หรือไม่?
สามารถผลิตตามแบบและขนาดของโครงการได้ แต่ต้องมีข้อมูลระยะพาด รูปทรงหลังคา จุดรองรับ และวัสดุมุงที่ชัดเจนก่อนเริ่มผลิต
โครงถักขนาด 6 เมตรใช้กับทุกอาคารได้หรือไม่?
ไม่ควรพิจารณาจากความยาวอย่างเดียว แม้ระยะจะตรงกับพื้นที่ แต่ยังต้องตรวจสอบน้ำหนัก รูปทรง จุดรองรับ และรายละเอียดการยึดตามแบบโครงสร้าง
โครงถักสำเร็จรูปช่วยลดเวลาก่อสร้างได้จริงหรือไม่?
ช่วยลดเวลาในการตัดและประกอบชิ้นส่วนที่หน้างานได้ เนื่องจากโครงถักผลิตล่วงหน้า แต่ระยะเวลารวมยังขึ้นอยู่กับการเตรียมพื้นที่ การขนส่ง และความพร้อมของจุดติดตั้ง
ต้องใช้เครนในการติดตั้งหรือไม่?
ขึ้นอยู่กับขนาด น้ำหนัก ความสูงของอาคาร และพื้นที่เข้าถึง โครงถักขนาดใหญ่หรือจุดติดตั้งที่อยู่สูงอาจต้องใช้อุปกรณ์ยกที่เหมาะสม
สามารถตัดหรือแก้ไขโครงถักหลังผลิตแล้วได้หรือไม่?
ไม่ควรตัด เจาะ หรือเชื่อมแก้ไขเอง เพราะอาจเปลี่ยนเส้นทางการถ่ายแรง ควรให้ผู้ออกแบบหรือวิศวกรตรวจสอบก่อนทุกครั้ง
ควรป้องกันสนิมโครงถักอย่างไร?
ควรเลือกวิธีป้องกันสนิมให้เหมาะกับสภาพแวดล้อม ตรวจสอบผิวเคลือบเป็นระยะ และรีบแก้ไขบริเวณที่มีรอยขีดข่วนหรือเริ่มเกิดการกัดกร่อน
ขอราคาต้องส่งข้อมูลอะไรบ้าง?
ควรส่งแบบหลังคา ขนาดพื้นที่ ระยะพาด วัสดุมุง จำนวน สถานที่จัดส่ง ภาพหน้างาน และระบุว่าต้องการเฉพาะสินค้า หรือต้องการบริการติดตั้งด้วย
ติดต่อเรา
- สถานที่
- สาขากรุงเทพฯ: 34/2 ซอยอนามัยงามเจริญ 33 แยก 1-2 แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร 10150
- สาขาหาดใหญ่: 23 ถนนศิษย์วิศาล ตำบลควนลัง อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา 90110
- Facebook: บริษัท ปรีชาคอนกรีตไพล์ จำกัด
- Youtube: Preecha Concrete Pile
- Tiktok: Preecha Concrete Pile
- X: Preecha Concrete Pile
- LINE: @preechaconcretepile
- เบอร์โทร: 081 445 5080
- เว็บไซต์: https://www.preechaconcretepile.co.th


