วิธีเลือกผู้รับเหมาก่อสร้างให้ได้งานดี ไม่ทิ้งงาน และควบคุมงบประมาณได้

การสร้างบ้าน ต่อเติมอาคาร สร้างโกดัง หรือปรับปรุงโครงสร้าง เป็นงานที่ต้องใช้ทั้งงบประมาณ เวลา และการตัดสินใจจำนวนมาก หนึ่งในปัจจัยที่มีผลต่อความสำเร็จของโครงการมากที่สุดคือ “ผู้รับเหมาก่อสร้าง”
ผู้รับเหมาที่เหมาะสมไม่ได้หมายถึงรายที่เสนอราคาต่ำที่สุด แต่ควรเป็นผู้ที่เข้าใจแบบ ประเมินหน้างานได้ตรง วางแผนงานเป็นระบบ สื่อสารชัดเจน และมีทีมงานที่สามารถควบคุมคุณภาพได้จริง
หากเลือกผู้รับเหมาโดยดูจากราคาเพียงอย่างเดียว เจ้าของงานอาจพบปัญหาตามมา เช่น งานล่าช้า งบบานปลาย ใช้วัสดุไม่ตรงสเปก งานโครงสร้างไม่ได้มาตรฐาน หรือผู้รับเหมาหยุดงานกลางคัน
บทความนี้จะอธิบายวิธีเลือกผู้รับเหมาก่อสร้างตั้งแต่การตรวจสอบผลงาน การเปรียบเทียบใบเสนอราคา การทำสัญญา การแบ่งงวดชำระ ไปจนถึงการตรวจรับงานก่อนจ่ายเงินงวดสุดท้าย
หัวข้อ

ผู้รับเหมาก่อสร้างที่ดีควรมีลักษณะอย่างไร?
ผู้รับเหมาที่ดีควรมีองค์ประกอบหลายด้านร่วมกัน ไม่ใช่เพียงมีทีมช่างหรือเสนอราคาได้เร็ว
ลักษณะที่ควรพิจารณา ได้แก่
- มีประสบการณ์กับงานประเภทเดียวกับโครงการ
- มีผลงานจริงที่สามารถตรวจสอบได้
- อ่านแบบและอธิบายรายละเอียดงานได้
- สำรวจหน้างานก่อนเสนอราคา
- แยกรายการวัสดุและค่าแรงชัดเจน
- มีแผนงานและระยะเวลาก่อสร้าง
- มีผู้ควบคุมงานหรือหัวหน้าช่าง
- สื่อสารและรายงานความคืบหน้าได้
- ยอมทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร
- มีเงื่อนไขรับประกันงาน
- ไม่เรียกเก็บเงินล่วงหน้าสูงเกินความจำเป็น
- แจ้งปัญหาและค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมก่อนดำเนินงาน
ผู้รับเหมาที่มีผลงานดีอาจไม่ได้เสนอราคาถูกที่สุด แต่ราคาควรสัมพันธ์กับขอบเขตงาน วัสดุ ทีมงาน และมาตรฐานการควบคุมงาน

ก่อนหาผู้รับเหมา เจ้าของงานควรเตรียมอะไรบ้าง?
การขอราคาโดยไม่มีแบบหรือขอบเขตงานชัดเจน ทำให้ผู้รับเหมาแต่ละรายตีความงานต่างกัน และไม่สามารถเปรียบเทียบราคาได้อย่างเป็นธรรม
ก่อนติดต่อผู้รับเหมา ควรเตรียมข้อมูลดังนี้
กำหนดประเภทงาน
ระบุให้ชัดว่าต้องการทำงานประเภทใด เช่น
- สร้างบ้านใหม่
- ต่อเติมห้องครัว
- ต่อเติมโรงจอดรถ
- สร้างโกดัง
- รีโนเวทบ้านเก่า
- เสริมฐานราก
- แก้ปัญหาบ้านทรุด
- ทำหลังคา
- ตอกเสาเข็ม
- งานโครงสร้างคอนกรีต
- งานระบบไฟฟ้าและประปา
เตรียมแบบก่อสร้าง
ควรมีแบบสถาปัตยกรรม แบบโครงสร้าง และแบบระบบที่เกี่ยวข้อง หากยังไม่มีแบบ อย่างน้อยควรมีผังพื้นที่ ขนาด และรายการความต้องการเบื้องต้น
กำหนดงบประมาณ
การแจ้งช่วงงบช่วยให้ผู้ออกแบบและผู้รับเหมานำเสนอวัสดุและแนวทางที่เหมาะสม แต่ไม่ควรแจ้งเพียงงบสูงสุดโดยไม่มีขอบเขตงาน
กำหนดระยะเวลา
ควรระบุวันที่ต้องการเริ่มงานและวันที่ต้องการใช้งานจริง พร้อมเผื่อเวลาสำหรับออกแบบ ขออนุญาต จัดซื้อวัสดุ และแก้ไขงาน
วิธีเลือกผู้รับเหมาก่อสร้างอย่างเป็นขั้นตอน
1. เลือกผู้รับเหมาที่มีประสบการณ์ตรงกับประเภทงาน
ผู้รับเหมาสร้างบ้านอาจไม่ได้เชี่ยวชาญงานโรงงาน ผู้รับเหมางานตกแต่งอาจไม่มีประสบการณ์ด้านฐานราก และผู้รับเหมางานเสาเข็มอาจไม่ได้รับเหมางานอาคารทั้งระบบ
ควรเลือกผู้รับเหมาที่เคยทำงานใกล้เคียงกับโครงการ เช่น
- บ้านชั้นเดียว
- บ้านสองชั้น
- งานต่อเติมบนพื้นที่จำกัด
- งานโกดังหรือโรงงาน
- งานฐานรากและไมโครไพล์
- งานรีโนเวทอาคารเดิม
- งานที่อยู่ประชิดบ้านข้างเคียง
ประสบการณ์ตรงช่วยให้ผู้รับเหมาคาดการณ์ปัญหา เลือกเครื่องจักร และวางลำดับงานได้เหมาะสมกว่า
2. ตรวจสอบผลงานที่ผ่านมา
ไม่ควรพิจารณาเฉพาะภาพสวยในโซเชียลมีเดีย ควรขอดูรายละเอียดของผลงานจริง
สิ่งที่ควรตรวจ ได้แก่
- ภาพก่อน ระหว่าง และหลัง施工
- สถานที่หรือประเภทโครงการ
- ขนาดและมูลค่างานโดยประมาณ
- ระยะเวลาที่ใช้ก่อสร้าง
- งานโครงสร้างก่อนปิดผิว
- รายละเอียดวัสดุ
- ปัญหาที่พบและวิธีแก้ไข
- ผลงานที่ก่อสร้างเสร็จแล้วมากกว่า 1 ปี
- รีวิวหรือข้อมูลติดต่อเจ้าของโครงการเดิม หากได้รับอนุญาต
ภาพผลงานควรแสดงกระบวนการทำงาน ไม่ใช่เฉพาะภาพตกแต่งหลังงานเสร็จ
3. ตรวจสอบตัวตนและข้อมูลผู้รับเหมา
ก่อนจ่ายเงินมัดจำ ควรตรวจสอบว่าผู้รับเหมามีตัวตนและช่องทางติดต่อที่ชัดเจน
ข้อมูลที่ควรขอ ได้แก่
- ชื่อบุคคลหรือชื่อบริษัท
- ที่อยู่
- หมายเลขโทรศัพท์
- เลขประจำตัวผู้เสียภาษีหรือข้อมูลนิติบุคคล หากมี
- สำเนาบัตรประชาชนของคู่สัญญาในกรณีบุคคล
- บัญชีธนาคารที่ตรงกับชื่อคู่สัญญา
- รายชื่อผู้ประสานงาน
- สถานที่ตั้งสำนักงานหรือโกดัง
- รายละเอียดใบเสนอราคา
- เอกสารสัญญา
ควรระวังกรณีที่ชื่อในสัญญา ชื่อบัญชีธนาคาร และชื่อผู้รับงานเป็นคนละบุคคลโดยไม่มีคำอธิบายชัดเจน
4. ให้ผู้รับเหมาเข้าดูหน้างานก่อนเสนอราคา
การเสนอราคาจากภาพเพียงไม่กี่รูปอาจเหมาะกับการประเมินเบื้องต้น แต่ไม่ควรใช้ยืนยันราคาสุดท้ายสำหรับงานก่อสร้างที่มีรายละเอียดซับซ้อน
การสำรวจหน้างานช่วยให้ตรวจสอบ
- ทางเข้าเครื่องจักร
- พื้นที่จัดเก็บวัสดุ
- สภาพดิน
- ระดับพื้นที่
- แนวเขต
- บ้านข้างเคียง
- สายไฟและท่อใต้ดิน
- สิ่งที่ต้องรื้อถอน
- ข้อจำกัดเวลา
- พื้นที่พักคนงาน
- จุดจอดรถและขนวัสดุ
- ความสูงของอาคารเดิม
- โครงสร้างที่ต้องเชื่อมต่อ
สำหรับงานต่อเติมและเสริมฐานราก การสำรวจหน้างานมีความสำคัญมาก เพราะสภาพจริงอาจไม่ตรงกับแบบเดิม
5. ขอใบเสนอราคาที่แยกรายการชัดเจน
ใบเสนอราคาที่มีเพียงคำว่า “เหมาก่อสร้างทั้งหมด” และตัวเลขรวมเพียงรายการเดียว ทำให้ตรวจสอบยากและเสี่ยงต่อความเข้าใจไม่ตรงกัน
ใบเสนอราคาที่ดีควรแยกอย่างน้อยดังนี้
- งานเตรียมพื้นที่
- งานรื้อถอน
- งานเสาเข็ม
- งานฐานราก
- งานโครงสร้าง
- งานหลังคา
- งานผนัง
- งานพื้น
- งานประตูและหน้าต่าง
- งานไฟฟ้า
- งานประปา
- งานสุขาภิบาล
- งานฝ้า
- งานสี
- งานตกแต่ง
- งานเก็บเศษวัสดุ
- งานทดสอบ
- ภาษี
- ระยะเวลาทำงาน
- เงื่อนไขการชำระเงิน
ควรระบุยี่ห้อ รุ่น ขนาด หรือเกรดวัสดุในรายการสำคัญ เพื่อลดปัญหาการเปลี่ยนวัสดุภายหลัง
6. เปรียบเทียบราคาโดยใช้ขอบเขตเดียวกัน
ราคาที่ต่ำกว่ามากอาจไม่ได้หมายความว่าคุ้มกว่า แต่อาจเกิดจากการตัดงานบางรายการออก ใช้วัสดุคนละเกรด หรือยังไม่รวมค่าใช้จ่ายสำคัญ
ควรทำตารางเปรียบเทียบ เช่น
| รายการ | ผู้รับเหมา A | ผู้รับเหมา B | ผู้รับเหมา C |
|---|---|---|---|
| งานเสาเข็ม | รวม | ไม่รวม | รวม |
| งานฐานราก | รวม | รวม | รวม |
| ระบบไฟฟ้า | รวมมาตรฐาน | ค่าแรงอย่างเดียว | รวม |
| สุขภัณฑ์ | ไม่รวม | รวมบางรายการ | ไม่รวม |
| งานทาสี | รวม | รวม | รวม |
| เก็บเศษวัสดุ | รวม | ไม่ระบุ | รวม |
| ระยะเวลาก่อสร้าง | 150 วัน | 120 วัน | 165 วัน |
| รับประกัน | 1 ปี | ไม่ระบุ | 1 ปี |
ก่อนเลือก ควรให้แต่ละรายปรับใบเสนอราคาให้อ้างอิงแบบและรายการเดียวกัน
7. ตรวจสอบวัสดุที่ใช้
คำว่า “วัสดุมาตรฐาน” กว้างเกินไปและอาจตีความต่างกัน ควรระบุวัสดุสำคัญให้ชัดเจน
ตัวอย่างข้อมูลที่ควรระบุ ได้แก่
- กำลังอัดคอนกรีต
- ขนาดและชั้นคุณภาพเหล็กเสริม
- ชนิดอิฐ
- ยี่ห้อและรุ่นปูน
- ระบบกันซึม
- ความหนาเหล็กโครงหลังคา
- ชนิดสี
- สายไฟ
- ท่อน้ำ
- หลังคา
- ฉนวน
- กระเบื้อง
- ประตูและหน้าต่าง
หากต้องเปลี่ยนวัสดุ ควรได้รับการอนุมัติจากเจ้าของงานหรือผู้ออกแบบก่อนใช้งาน
8. ตรวจสอบทีมงานและการควบคุมงาน
ผู้รับเหมาบางรายรับงานหลายโครงการพร้อมกัน แต่ไม่มีหัวหน้าช่างประจำ ทำให้งานขาดความต่อเนื่องและควบคุมคุณภาพยาก
ควรถามว่า
- ใครเป็นผู้ควบคุมงาน
- เข้าหน้างานกี่วันต่อสัปดาห์
- มีวิศวกรหรือไม่
- ทีมช่างเป็นทีมประจำหรือจ้างช่วง
- งานใดใช้ผู้รับเหมาช่วง
- ใครตรวจวัสดุ
- ใครอนุมัติงานก่อนปิดผิว
- รายงานความคืบหน้าอย่างไร
- หากเกิดปัญหาติดต่อใคร
การใช้ผู้รับเหมาช่วงไม่ใช่เรื่องผิด แต่ผู้รับเหมาหลักต้องรับผิดชอบคุณภาพและประสานงานทุกระบบ
9. ขอแผนงานก่อสร้าง
แผนงานควรแสดงลำดับและระยะเวลา เช่น
- เตรียมพื้นที่
- งานเสาเข็ม
- งานฐานราก
- งานโครงสร้าง
- งานหลังคา
- งานผนัง
- งานระบบ
- งานฝ้าและพื้น
- งานสี
- งานติดตั้งอุปกรณ์
- งานเก็บรายละเอียด
- ตรวจรับ
ควรกำหนดจุดตรวจงานสำคัญก่อนปิดผิว เช่น งานเหล็กก่อนเทคอนกรีต งานท่อก่อนปิดผนัง และงานกันซึมก่อนปูกระเบื้อง
10. ทำสัญญาก่อสร้างเป็นลายลักษณ์อักษร
ไม่ควรเริ่มงานจากการตกลงผ่านข้อความหรือคำพูดเพียงอย่างเดียว
สัญญาควรมีข้อมูลต่อไปนี้
- ชื่อและข้อมูลคู่สัญญา
- สถานที่ก่อสร้าง
- แบบและเอกสารประกอบ
- ขอบเขตงาน
- มูลค่างาน
- ภาษี
- วันที่เริ่มและวันสิ้นสุด
- ตารางแบ่งงวด
- เงื่อนไขการตรวจรับ
- เงื่อนไขเปลี่ยนแปลงงาน
- ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
- ความรับผิดชอบด้านวัสดุ
- การรับประกัน
- ค่าปรับกรณีล่าช้า
- เงื่อนไขบอกเลิกสัญญา
- การส่งมอบพื้นที่
- การดูแลความปลอดภัย
- การเก็บเศษวัสดุ
- การแก้ไขข้อบกพร่อง
แบบ ใบเสนอราคา และรายการวัสดุควรแนบเป็นส่วนหนึ่งของสัญญา
11. แบ่งงวดชำระตามผลงานจริง
ไม่ควรจ่ายเงินล่วงหน้าเป็นสัดส่วนสูงโดยที่ยังไม่มีวัสดุหรือผลงานในพื้นที่
ตัวอย่างแนวทางแบ่งงวด ได้แก่
| งวด | ผลงาน |
|---|---|
| งวดที่ 1 | มัดจำและเตรียมพื้นที่ |
| งวดที่ 2 | งานเสาเข็มและฐานรากเสร็จ |
| งวดที่ 3 | งานโครงสร้างหลักเสร็จ |
| งวดที่ 4 | งานหลังคาและผนังเสร็จ |
| งวดที่ 5 | งานระบบและงานตกแต่งหลัก |
| งวดที่ 6 | เก็บงาน ตรวจรับ และส่งมอบ |
งวดชำระควรสัมพันธ์กับมูลค่างานที่ทำเสร็จ ไม่ควรกำหนดจากวันที่เพียงอย่างเดียว
ควรเหลือเงินงวดสุดท้ายไว้จนกว่าผู้รับเหมาจะแก้ไขรายการตรวจรับครบถ้วน
12. ตรวจสอบเงื่อนไขงานเพิ่ม–งานลด
ระหว่างก่อสร้างมักมีการเปลี่ยนแปลง เช่น เพิ่มปลั๊ก เปลี่ยนกระเบื้อง ย้ายผนัง หรือเปลี่ยนวัสดุ
ควรกำหนดขั้นตอนชัดเจนว่า
- ผู้รับเหมาส่งรายละเอียดงานเปลี่ยนแปลง
- ระบุราคาเพิ่มหรือลด
- แจ้งผลต่อระยะเวลา
- เจ้าของงานอนุมัติเป็นลายลักษณ์อักษร
- จึงเริ่มดำเนินการ
ไม่ควรสั่งงานเพิ่มด้วยวาจาแล้วค่อยมาตกลงราคาเมื่อทำเสร็จ
13. ตรวจสอบเงื่อนไขรับประกัน
ควรระบุว่ารับประกันงานใด ระยะเวลาเท่าไร และไม่ครอบคลุมกรณีใด
ตัวอย่างงานที่ควรมีการรับประกัน ได้แก่
- หลังคารั่ว
- งานกันซึม
- ระบบประปารั่ว
- ระบบไฟฟ้า
- ประตูและหน้าต่าง
- สีลอก
- กระเบื้องหลุด
- รอยแตกร้าวจากงานก่อสร้าง
- งานโครงสร้างตามขอบเขตความรับผิดชอบ
ควรระบุช่องทางแจ้งซ่อมและเวลาที่ผู้รับเหมาจะเข้าตรวจสอบ
สัญญาณเตือนว่าผู้รับเหมาอาจมีความเสี่ยง
เสนอราคาต่ำกว่ารายอื่นมาก
ราคาที่ต่ำผิดปกติอาจเกิดจากรายการไม่ครบ ใช้วัสดุต่ำกว่าสเปก หรือวางแผนเรียกเก็บเพิ่มภายหลัง
เร่งให้จ่ายมัดจำทันที
ควรระวังการอ้างว่าวัสดุกำลังขึ้นราคา หรือคิวใกล้เต็ม โดยยังไม่มีแบบ สัญญา หรือใบเสนอราคาที่ชัดเจน
ไม่ยอมระบุวัสดุ
คำว่า “ของดี” หรือ “มาตรฐานทั่วไป” ไม่เพียงพอสำหรับงานที่มีมูลค่าสูง
ไม่มีที่อยู่หรือผลงานตรวจสอบได้
ผู้รับเหมาที่มีเพียงบัญชีโซเชียลและไม่สามารถยืนยันผลงานจริง ควรตรวจสอบเพิ่มเติมก่อนจ่ายเงิน
เปลี่ยนบัญชีรับเงินบ่อย
ควรถามเหตุผลและตรวจสอบว่าบัญชีเกี่ยวข้องกับคู่สัญญาหรือไม่
ไม่ยอมทำสัญญา
การอ้างว่าใช้ความไว้ใจหรือทำงานกันมานาน ไม่ควรใช้แทนเอกสารที่ชัดเจน
รับงานหลายโครงการเกินกำลัง
อาจทำให้ช่างเข้าออกไม่ต่อเนื่อง งานล่าช้า และไม่มีผู้ควบคุมงานประจำ
ขอเงินงวดก่อนผลงานเสร็จ
หากเกิดซ้ำหลายครั้ง อาจสะท้อนปัญหาการบริหารเงินของผู้รับเหมา
วิธีตรวจรับงานก่อสร้าง
การตรวจรับควรทำเป็นระยะ ไม่ควรรอจนงานทั้งหมดเสร็จ เพราะงานโครงสร้างและงานระบบจำนวนมากจะถูกปิดทับ
งานเสาเข็มและฐานราก
ตรวจสอบ
- ชนิดและขนาดเสาเข็ม
- ตำแหน่ง
- จำนวน
- ระดับหัวเข็ม
- บันทึกการตอก
- ขนาดฐานราก
- เหล็กเสริม
- ระยะหุ้มคอนกรีต
- งานก่อนเทคอนกรีต
อ่านเพิ่มเติมได้ที่ เสาเข็มตอกคืออะไรและมีข้อจำกัดอย่างไร และ เสาเข็มไมโครไพล์เหมาะกับงานแบบใด
งานโครงสร้าง
ตรวจสอบ
- ขนาดเสาและคาน
- เหล็กเสริม
- แบบหล่อ
- แนวและระดับ
- ช่องเปิด
- การบ่มคอนกรีต
- รอยแตกร้าว
- ตำแหน่งท่อที่ผ่านโครงสร้าง
งานหลังคา
ตรวจสอบ
- โครงหลังคา
- จุดเชื่อม
- ระบบป้องกันสนิม
- ความลาดเอียง
- แผ่นหลังคา
- ครอบและรางน้ำ
- รอยรั่ว
- การยึดกับโครงสร้าง
ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โครงถักหลังคาสำเร็จรูปคืออะไร
งานระบบ
ตรวจสอบ
- ตำแหน่งปลั๊กและสวิตช์
- ขนาดสายไฟ
- ตู้ไฟ
- แนวท่อน้ำ
- แรงดันน้ำ
- การระบายน้ำ
- ความลาดเอียงของท่อ
- การรั่วซึม
- ระบบบำบัด
งานตกแต่ง
ตรวจสอบ
- แนวกระเบื้อง
- สี
- รอยต่อ
- ประตูและหน้าต่าง
- สุขภัณฑ์
- ฝ้า
- บัว
- ซิลิโคน
- ความสะอาด
- รอยขีดข่วน
เลือกผู้รับเหมาแบบเหมารวมหรือแยกช่างดี?
| รูปแบบ | ข้อดี | ข้อควรระวัง |
|---|---|---|
| ผู้รับเหมารายเดียว | ประสานงานง่าย มีผู้รับผิดชอบหลัก | ต้องตรวจความสามารถครอบคลุมทุกระบบ |
| แยกผู้รับเหมารายงาน | เลือกผู้เชี่ยวชาญแต่ละด้านได้ | เจ้าของงานต้องประสานงานเอง |
| ผู้รับเหมาหลักและผู้รับเหมาช่วง | ผู้รับเหมาหลักบริหารงานรวม | ต้องระบุความรับผิดชอบให้ชัด |
| จ้างเฉพาะค่าแรง | เจ้าของเลือกซื้อวัสดุเอง | ต้องควบคุมวัสดุและส่งของให้ทัน |
| จ้างรวมวัสดุและค่าแรง | งบประมาณชัดและบริหารง่ายกว่า | ต้องกำหนดสเปกวัสดุละเอียด |
สำหรับเจ้าของบ้านที่ไม่มีเวลาควบคุมงาน การใช้ผู้รับเหมาหลักรายเดียวอาจสะดวกกว่า แต่ควรมีแบบ รายการวัสดุ และสัญญาที่ชัดเจน
คำถามที่ควรถามผู้รับเหมาก่อนตัดสินใจ
- เคยทำงานประเภทนี้มาก่อนหรือไม่?
- ขอดูผลงานระหว่างก่อสร้างได้หรือไม่?
- ใครเป็นผู้ควบคุมงาน?
- ทีมช่างเป็นทีมประจำหรือไม่?
- ใช้ผู้รับเหมาช่วงงานใดบ้าง?
- ราคานี้รวมอะไรและไม่รวมอะไร?
- วัสดุแต่ละรายการใช้ยี่ห้อและรุ่นใด?
- ใช้เวลาก่อสร้างกี่วัน?
- แบ่งงวดชำระอย่างไร?
- หากงานล่าช้ามีแนวทางอย่างไร?
- หากพบงานเพิ่มคิดราคาอย่างไร?
- มีการรับประกันหรือไม่?
- มีรายงานความคืบหน้าหรือไม่?
- ใครรับผิดชอบขออนุญาต?
- ใครรับผิดชอบความเสียหายต่อพื้นที่ข้างเคียง?
- มีประกันงานก่อสร้างหรือไม่?
- ใครจัดการเศษวัสดุ?
- หากต้องหยุดงานกลางคันจัดการอย่างไร?
Checklist ก่อนเซ็นสัญญากับผู้รับเหมา
เอกสาร
- มีแบบก่อสร้าง
- มีใบเสนอราคา
- มีรายการวัสดุ
- มีแผนงาน
- มีสัญญา
- ข้อมูลคู่สัญญาตรงกัน
- บัญชีรับเงินตรงกับผู้รับสัญญา
- มีเงื่อนไขรับประกัน
ราคา
- ระบุราคารวม
- ระบุภาษี
- ระบุรายการไม่รวม
- ระบุงานเพิ่ม–งานลด
- แบ่งงวดตามผลงาน
- มีเงินงวดสุดท้ายสำหรับตรวจรับ
- ไม่จ่ายล่วงหน้าสูงเกินไป
คุณภาพ
- ตรวจสอบผลงานจริงแล้ว
- ระบุวัสดุชัดเจน
- มีผู้ควบคุมงาน
- กำหนดจุดตรวจงาน
- มีวิธีรายงานความคืบหน้า
- มีขั้นตอนแก้ไขงาน
ระยะเวลา
- ระบุวันเริ่ม
- ระบุวันสิ้นสุด
- มีแผนงาน
- ระบุเหตุขยายเวลา
- มีเงื่อนไขกรณีล่าช้า
บริการรับเหมาก่อสร้างและงานโครงสร้าง
ปรีชาคอนกรีตไพล์ให้บริการงานก่อสร้าง งานต่อเติม งานฐานราก เสาเข็ม และโครงสร้าง โดยพิจารณาตั้งแต่สภาพพื้นที่ แบบก่อสร้าง ระบบเสาเข็ม ไปจนถึงลำดับการทำงาน
ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ บริการงานก่อสร้าง
สำหรับงานต่อเติม สามารถอ่าน ต่อเติมบ้านไม่ให้ทรุดต้องทำอย่างไร และ รายการข้อมูลก่อนขอราคาตอกเสาเข็มไมโครไพล์
ก่อนประเมินราคา ควรเตรียมแบบ ขนาดพื้นที่ ภาพหน้างาน และรายละเอียดการใช้งาน เพื่อให้ผู้รับเหมาสามารถกำหนดขอบเขตและเสนอราคาได้ใกล้เคียงงานจริง
สรุป
วิธีเลือกผู้รับเหมาก่อสร้างที่เหมาะสม ไม่ควรดูจากราคาเพียงอย่างเดียว แต่ต้องพิจารณาประสบการณ์ ผลงานจริง ความชัดเจนของใบเสนอราคา ทีมควบคุมงาน แผนก่อสร้าง และเงื่อนไขรับประกันร่วมกัน
ก่อนเริ่มงานควรมีแบบ รายการวัสดุ ใบเสนอราคา และสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร แบ่งงวดชำระตามผลงานจริง และกำหนดขั้นตอนอนุมัติงานเพิ่มอย่างชัดเจน
ระหว่างก่อสร้างควรตรวจงานเป็นระยะ โดยเฉพาะงานเสาเข็ม ฐานราก โครงสร้าง งานระบบ และงานกันซึมก่อนถูกปิดทับ
ผู้รับเหมาที่ดีควรสามารถอธิบายงาน แจ้งปัญหาตรงไปตรงมา และรับผิดชอบแก้ไขข้อบกพร่อง ไม่ใช่เพียงเสนอราคาต่ำที่สุดในวันเริ่มต้น
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเลือกผู้รับเหมาก่อสร้าง
ควรเลือกผู้รับเหมาที่เสนอราคาถูกที่สุดหรือไม่?
ไม่ควรตัดสินจากราคาต่ำที่สุดเพียงอย่างเดียว ต้องตรวจสอบว่าขอบเขตงาน วัสดุ ระยะเวลา และการรับประกันเหมือนกับรายอื่นหรือไม่
ควรขอใบเสนอราคากี่ราย?
ควรเปรียบเทียบประมาณ 3 รายที่มีประสบการณ์ตรง โดยให้ทุกรายอ้างอิงแบบและขอบเขตเดียวกัน
ผู้รับเหมาขอมัดจำได้หรือไม่?
สามารถมีเงินมัดจำสำหรับเตรียมงานและสั่งวัสดุได้ แต่จำนวนควรสมเหตุสมผลและระบุในสัญญา ไม่ควรจ่ายล่วงหน้าสูงโดยยังไม่มีผลงานหรือวัสดุในพื้นที่
ไม่มีแบบสามารถจ้างผู้รับเหมาได้หรือไม่?
สามารถขอประเมินเบื้องต้นได้ แต่ไม่ควรเริ่มงานโครงสร้างโดยไม่มีแบบ เพราะจำนวนวัสดุ ราคา และคุณภาพจะควบคุมได้ยาก
ผู้รับเหมาเสนอเปลี่ยนวัสดุควรทำอย่างไร?
ขอข้อมูลสเปก ราคา และผลกระทบต่อคุณภาพก่อนอนุมัติ หากเป็นวัสดุโครงสร้างควรให้ผู้ออกแบบหรือวิศวกรตรวจสอบ
ควรจ่ายเงินงวดสุดท้ายเมื่อใด?
ควรจ่ายหลังตรวจรับงาน แก้ไขรายการข้อบกพร่อง ส่งมอบเอกสาร และทดสอบระบบที่เกี่ยวข้องเรียบร้อยแล้ว
ผู้รับเหมาทิ้งงานควรทำอย่างไร?
รวบรวมสัญญา หลักฐานการชำระเงิน ภาพความคืบหน้า และหนังสือแจ้งให้กลับเข้าทำงาน ก่อนดำเนินการตามเงื่อนไขบอกเลิกสัญญาหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย
จำเป็นต้องมีวิศวกรควบคุมงานหรือไม่?
งานที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้าง เสาเข็ม ฐานราก และอาคารหลายประเภทควรมีวิศวกรตรวจสอบหรือควบคุมตามลักษณะและข้อกำหนดของโครงการ
จ้างผู้รับเหมารวมวัสดุกับค่าแรงดีหรือไม่?
เหมาะกับเจ้าของงานที่ต้องการลดภาระจัดซื้อ แต่ต้องกำหนดยี่ห้อ รุ่น ขนาด และเกรดวัสดุในสัญญาให้ชัดเจน
ตรวจสอบผู้รับเหมาจากรีวิวออนไลน์อย่างเดียวพอหรือไม่?
ไม่พอ ควรดูผลงานจริง เอกสาร ใบเสนอราคา สัญญา และสอบถามลูกค้าเดิมร่วมด้วย เพราะรีวิวออนไลน์อาจไม่สะท้อนคุณภาพทุกด้าน
ติดต่อเรา
- สถานที่
- สาขากรุงเทพฯ: 34/2 ซอยอนามัยงามเจริญ 33 แยก 1-2 แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร 10150
- สาขาหาดใหญ่: 23 ถนนศิษย์วิศาล ตำบลควนลัง อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา 90110
- Facebook: บริษัท ปรีชาคอนกรีตไพล์ จำกัด
- Youtube: Preecha Concrete Pile
- Tiktok: Preecha Concrete Pile
- X: Preecha Concrete Pile
- LINE: @preechaconcretepile
- เบอร์โทร: 081 445 5080
- เว็บไซต์: https://www.preechaconcretepile.co.th


